SF-SHINee

[SF-SHINee] *Rainy Day - HyunMin*

posted on 16 Nov 2010 00:51 by storehouse26  in SF-SHINee

Title : *Rainy Day - HyunMin*
Author : Storehouse No.26
Couple : HyunMin
Genre : Yaoi
Rating : PG-13



“แทมิน เย็นนี้ไปกินไอศกรีมด้วยกันไหม” หญิงสาวตัวเล็กถามเพื่อนในกลุ่มที่ตอนนี้ตั้งหน้าตั้งตาเก็บของใส่กระเป๋านักเรียน ใบหน้ามนเงยมองขึ้นพลางส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธ พร้อมกล่าวลาเพื่อนๆ ในกลุ่ม


“ไม่ล่ะ วันนี้เรานัดกับพี่จงแล้ว ไว้คราวหน้าละกันน้า~” เสียงหวานพูดทิ้งท้ายเอาไว้ แต่ก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนสนิท ว่า “คราวหน้า” ของร่างบางนั้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นเอง ก็ทุกเย็นไม่ว่าจะพยายามชวนหรือฉุดกระชากไปที่ไหนด้วยกันเพื่อนตัวดีของเขาก็มักบอกปัด พร้อมกับเหตุผลเดิมๆ ที่ว่ามีนัดกับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ก่อนแล้ว


คนที่คอยอยู่หน้าโรงเรียนยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนรักกำลังส่งยิ้มมาให้ตน ร่างหนาเดินตรงเข้ามาพร้อมยื่นมือออกไปเช่นทุกวัน กระเป๋านักเรียนถูกส่งให้อย่างเคยชินพร้อมกับมือแกร่งอีกข้างที่เข้ามากุมมือของเขาเอาไว้ รุ่นพี่จงฮยอนสุภาพบุรุษแสนดีไม่เคยทำให้เขาต้องรอเก้อเลยซักวัน


“ทำไมวันนี้แทมินลงมาช้าจัง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม แต่ก็ไม่ได้เจือความโกรธเคืองอะไร กลับปนไปด้วยความห่วงใยเสียมากกว่า


“วันนี้ครูปล่อยช้า แล้วก็คุยงานกับเพื่อนนิดหน่อย... พี่จงรอน้องแทนานหรือเปล่า”


“ไม่หรอก ถึงนานกว่านี้พี่ก็รอได้... แต่ว่าทีหลังโทรมาบอกพี่ก่อนสิ พี่เป็นห่วงเรานะคนดี” ฝ่ามืออุ่นกระชับให้แน่นขึ้นจนอีกคนรู้สึกได้


“ครับผม! ว่าแต่วันนี้เราไปไหนกันดีน้า~ น้องแทยังไม่อยากกลับบ้านเลย” มือนุ่มที่กุมอยู่เปลี่ยนเป็นไปกอดแขนล่ำนั่นอย่างจงใจ พร้อมกับที่หัวทุยคลอเคลียอยู่ตรงช่วงบ่าทำเอาคนเป็นพี่อดเอ็นดูในความขี้อ้อนไม่ได้ จึงไม่แปลกใจตัวเองเลยซักนิดที่เขาจะไม่กล้าขัดใจหรือทำให้นางฟ้าของเขาต้องรู้สึกไม่ดี


“เป็นเด็กดื้อใหญ่แล้วนะครับ”


“ก็ดื้อแค่กับพี่จงคนเดียวนั่นแหละ คิกๆ”


“งั้น...เราไปซื้อของดีไหม เห็นเมื่อวานบอกว่าจะถึงวันเกิดเพื่อนแล้วหนิ” จงฮยอนเสนอความคิด ซึ่งดูเหมือนแทมินเองก็เพิ่งจะจำได้ว่าเมื่อวานตัวเองเอาแต่พูดเรื่องหาของขวัญวันเกิดให้เพื่อนไม่ได้ให้คนรักฟังตลอดคืน


“น้องแทเกือบลืมแหนะ พรุ่งนี้ก็ถึงวันเกิดของหมอนั่นแล้ว! แต่พี่จงพาน้องแทไปซื้อเค้กร้านนั้นก่อนได้ไหม มันเป็นทางผ่านพอดีนี่” ขอร้องแกมบังคับแบบนี้มีหรือที่จงฮยอนคนดีของเขาจะกล้าปฏิเสธ ถึงแม้อีกคนจะคอยพูดเรื่องการกินของหวานที่เขาโปรดปรานว่าอ้วนนักอ้วนหนาก็ตามที


อากาศที่เคยแจ่มใสเริ่มแปรปรวนขึ้น สายลมเอื่อยๆ ลู่ใบหญ้าเปลี่ยนเป็นพัดผ่านพร้อมกับเศษฝุ่นที่ปลิววอนตามแรงลม ยอดไม้ต่างเอนตัวพร้อมกับแสงสะท้อนวูบวาบบนก้อนเมฆที่กำลังก่อตัวกันขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว แสงแดดยามเย็นถูกบัดบังด้วยกลุ่มก้อนสีเทาบนท้องฟ้า 


‘คงยังไม่ตกหรอกมั้ง ไม่ๆ...’ จงฮยอนแหงนหน้ามองดูธรรมชาติที่ชอบเล่นตลกกับเขาเสมอพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ โดยไม่ทันมองว่าตอนนี้ข้างตัวเขามีอีกคนที่ยืนแหงนมองตามอย่างสงสัยอยู่ นิ้วเรียวสะกิดเรียกคนรักเล็กน้อย... แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเฉยราวกับไม่รับรู้ ออกแรงเพิ่มขึ้น... ก็ยังเหมือนเดิม หน้าตาที่เคยยิ้มแย้มตอนนี้บึงตึงด้วยความหงุดหงิดที่ถูกเพิกเฉยแบบนี้ ทั้งๆ ที่จงฮยอนไม่เคยเมินเขาเลยแม้แต่น้อย


“ปึ้ก!” ศอกเล็กๆ กระทุ้งเข้าไปเต็มแรงที่บริเวณท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ


“อ๊อก! จะ...จ๋า แหะๆ” เหมือนจะรู้ถึงรังสีทะมึนๆ ที่อยู่รอบตัวร่างเล็ก แฟนที่ดีอย่างเขาก็ต้องรีบหยอดคำหวานไปรับหน้าก่อน


“บนฟ้ามันมีอะไรน่ามองนักรึไง เรียกก็ไม่หัน!” แทมินว่าแต่ก็ยังไม่คลายความหงุดหงิดแม้แต่น้อย เป็นแบบนี้เห็นทีถ้าเหตุผลอีกฝ่ายไม่ดีพอคงได้มีเรื่องกันแน่


“อ้อ... เอ่อ... ไม่มีอะไรหรอกๆ แหะๆ แล้วนี่เราซื้ออะไรมาบ้าง โห! กินเยอะอีกแล้วนะเรา” ถึงจะโดนแทมินงอนอยู่แต่จงฮยอนก็ยังคงไม่ลืมที่จะเอ็ดเรื่องการกินของหวานของคนรักอยู่ดี ก็เล่นซื้อมาสี่ห้าชิ้นแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่ยอมกินข้าวเย็นอีกเป็นแน่


“อะ  อะไร! น้องแทซื้อฝากคุณพ่อกับคุณแม่ด้วยต่างหาก ไปๆ รีบไปกันเดี๋ยวฝนตกน้า~” ท่าทางบึ้งตึงเมื่อครู่รีบเปลี่ยนกลับเป็นออดอ้อนก่อนที่จะโดนสวดเรื่องเค้กทันที มือเล็กรีบคล้องแขนคนพี่พร้อมกับหันมายิ้มหวานให้อย่างใจเช่นที่ผ่านๆ มา


“เฮ้ออ~ ก็ได้ๆ แต่ว่าต้องกินข้าวเย็นก่อนนะ แล้วค่อยกินเค้ก เข้าใจไหมครับ” สุดท้ายก็เป็นฝ่ายจงฮยอนอีกแหมือนเดิมที่ต้องพ่ายแพ้ต่อลูกอ้อน มือหยาบบีบจมูกคนรั้นด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วจึงขยี้เส้นผมนิ่มอย่างเบามือ


ระยะทางที่เคยคิดว่าใกล้ๆ กับดูยาวไกลมากขึ้นเมื่อความแปรปรวนบนฟากฟ้าดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม จงฮยอนเองก็มีท่าทีแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด เดี๋ยวก็คอยแหงนมองเบื้องบนบ้าง คอยเหลียวหลังไปดูเวลามีฟ้าแลบฟ้าร้องบ้าง จนคนที่เดินข้างๆ อย่างแทมินต้องหยุดถามให้หายข้องใจกับอาการอย่างกับคนไม่เคยเห็นเวลา ‘ฝน’ จะตกยังไงยังงั้น


“อ้าว? หยุดเดินทำไมหรอ”


“ก็พี่จงอะสิ มัวแต่มองฟ้าอยู่ได้ มีอะไรรึเปล่า? หรือว่าพี่ไม่สบายใจ หรือว่าไม่ชอบเสียงฟ้าร้อง หรือว่ากลัว...”


“เปล่าๆ พี่... ไม่ได้เป็นไรหรอก แหม พูดซะรัวเชียวนะ” แสร้งทำเป็นล้อเลียนอีกฝ่ายกลบเกลื่อน สงสัยว่าเขาคง
จะทำท่าทางมีพิรุธมากไปหน่อยเสียแล้ว


“จริงอะ ไม่ได้โกหกน้า~ คิกๆ แต่ถ้าพี่จงจะบอกว่ากลัวฟ้าร้องน้องแทก็ไม่ว่าหรอก อ๊ะๆ เดี๋ยวให้ยืมอกไว้ซบนะ ฮ่าๆ”


“จริงอะ งั้นขอซบเลยได้ไหมละคร้าบบบ!~”


“บ้า!” พลางผลักหน้าคมที่กำลังยื่นเข้ามาออกไป ถึงคนรักเขาจะแสนดีแค่ไหนแต่พอมีโอกาสได้แตะนิดจับหน่อยเมื่อไหร่พ่อคุณก็ไม่ปล่อยให้มันหลุดมือซะครั้ง


เสียงหัวร่อต่อกระซิกของสองหนุ่มดังขึ้นตลอดเส้นทาง แทมินเริ่มหันเหความสนใจเป็นเรื่องอื่นเมื่อจงฮยอนพยายามยกเรื่องนั้นเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังจนคนที่เคยสงสัยเมื่อครู่จางหายไปจนหมดซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับร่างหนาเอง แต่แล้วก็เหมือนโชคชะตาฟ้าฝนเล่นตลกกับเขา เพราะอยู่ๆ หยดน้ำใสๆ ก็ตกลงบนแขนเรียวของเด็กหนุ่มที่กำลังคุยจ้อไม่หยุด ก่อนจะเริ่มตามมาเรื่อยๆ จากเบาบางเป็นเริ่มรุนแรง...


“พี่จง ฝนตกแล้วๆ”


“อา...”


“ไม่กางร่มหรอ?” แทมินหันไปถามคนรัก เพราะตลอดเวลาจงฮยอนจะเป็นฝ่ายพกร่มและคอยกางให้เสมอซึ่งนั้นทำให้เขาไม่ต้องพกร่มมาเอง


“คือ... พี่... แหะๆ พี่ลืมเอาร่มมา”


“พี่จงงง~!!!”



เสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังขึ้นเบาๆ กลับได้ยินอย่างชัดเจนเมื่อทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ฝ่ายคนพี่เดินไปหยิบผ้าขนหนูสีอ่อนออกมาจากตู้เสื้อผ้าของตน เดินมายื่นให้กับคนที่เอาแต่นั่งหน้างออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ตอนนี้ทั้งสองขึ้นมาหลบฝนที่สาดกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่างอย่างบ้าคลั่งที่คอนโดของจงฮยอน ก็ยังถือเป็นโชคดีในโชคร้ายที่ที่พักของเขาอยู่ไม่ห่างจากร้านขนมเจ้าโปรดของคนตัวเล็ก ไม่อย่างนั้นตอนนี้พวกเขาคงไม่เปียกไม่ต่างไปจากลูกหมาตกน้ำเป็นแน่ เพราะแค่นี้ก็แย่เกินพอแล้ว


แทมินเอื้อมรับผ้าผืนนั้นมาเช็ดหน้าเช็ดผมตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ เสียงฮึดฮัดในลำคอทำให้อีกฝ่ายรู้ได้ทันทีว่าถูกงอนแล้วแน่ๆ


“คนดี อย่างอนพี่เลยนะคร้าบบบ~” ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว คนอย่างจงฮยอนซะอย่างไม่ยอมมาเสียเพราะเรื่องแบบนี้แน่ๆ ถ้าคนรักมางอนกันได้ เขาก็ ‘ง้อ’ ได้เหมือนกัน


“ไม่ต้องมาทำพูดเลยนะพี่จง ทั้งๆ ที่ตอนนี้พยากรณ์อากาศก็พูดทุกวันว่าฝนจะตก พายุจะเข้า! แล้วดูสิเนี่ย มานั่งตัวเปียกกันทั้งคู่ ให้ตายเหอะ!”


“แทมินอา~ ก็พี่ลืมจริงๆ นี่ เมื่อวานกลับไปนอนบ้านไม่ได้อยู่คอนโด รู้อีกทีก็ลืมไว้ที่โน่นแล้วอา” ง้อเข้าไปๆ ถ้าตื้อยังครองโลกได้ ง้อก็ครองใจได้เหมือนกัน


“ไม่งอนนะๆ ดีกัน! นะครับ... นะครับ... น้า~” นิ้วเล็กยืนออกหวังจะเกี่ยวก้อยคืนดี


“เชอะ! ฮะ ฮะ ฮัดเช่ย!” คนโดนง้อสะบัดหน้าหนี


“ตัวเล็กเป็นไรอะ! ไม่สบายหรอเนี่ย...” จงฮยอนสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงจาม เขารีบขึ้นไปนั่งข้างๆ คนดีแสนงอนของเขาพร้อมกับจับใบหน้ามนอย่างเบามือ


หน้าผากที่เคลื่อนเข้าหาช้าๆ ทำให้แก้มของคนที่โดนประคองหน้าอยู่ขึ้นสีเล็กน้อย ความกว้างเพียงไม่กี่เซนคือช่องว่างระหว่างพวกเขาจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน ตาคมที่มักจะฉายแววเป็นห่วงและรักใคร่มองจ้องเข้าไปในดวงตากลมที่ดูหวานกว่าปกติด้วยอาจเพราะพิษไข้หรือเหตุผลใดก็ตาม แล้วไหนจะริมฝีปากบางที่สั่นไหวเพราะอุณหภูมิรอบตัวอีก ทำให้เขาลืมจุดประสงค์จริงๆ ไปเสียแล้ว


ยิ่งมองยิ่งหลงใหล ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งอยากสัมผัส... เสื้อนักเรียนตัวบางที่เปียกชื้นแนบติดกับเนื้อนุ่มข้างใต้มันจนเห็นไปถึงเสื้อกล้ามที่อีกฝ่ายใส่ซับไว้ด้านใน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ความน่าหลงใหลในเจ้าของน้อยลงไปแม้แต่นิดเดียว กลับทวีความลุ่มหลงให้มากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก


“พี่...”


“ชู่ว~ ... หลับตานะครับคนดี” ถ้อยคำที่แผ่วเบาราวกับกระซิบถูกส่งให้พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยน หัวใจดวงเล็กหวั่นไหวอีกคราแม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมทำตามที่อีกคนบอก


ใบหน้าทั้งสองเริ่มชิดกันเข้ามาทุกที ริมฝีปากที่เคยเป็นสีชมพูเริ่มซีดลงจนน่าสงสาร แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงดูดีในสายตาของจงฮยอนอยู่ เขาโน้มหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ ทีละนิด... ทีละนิด... ก่อนจะ...


“ฮัดเช่ย!” เสียงจามดังขัดจังหวะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ จนอารมณ์ที่กำลังเคลิบเคลิ้มเตลิดออกไปเหลือแต่ความห่วงใยถึงสุขภาพของตัวคนข้างหน้าแทน


“จามใหญ่เลยนะเรา ไปๆ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อซะ เดี๋ยวเป็นหวัดขึ้นมาล่ะแย่เลย” จงฮยอนดันตัวแทมินเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับส่งผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าให้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะตัวใหญ่เกินไปเพราะมันเป็นของคนรักที่เคยเอามาไว้ที่หอด้วยเหตุที่ว่าถ้าค้างจะได้มีอะไรเปลี่ยน


“แล้วไม่อาบรึไง!” เสียงตะโกนตอบกลับออกมาก็ทำให้เขาอดที่จะยิ้มกับการกลัวเสียฟอร์มของเด็กขี้งอนไม่ได้


“เดี๋ยวพี่แค่เปลี่ยนเสื้อก็พอ แต่จะเปิดออกมาดูก็ได้นะครับ ฮ่าๆ”


“บ้า!” ร่างหนายังคงหยอกเล่นเล็กน้อย ก่อนจะลงมือเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ซะที...



เวลาผ่านไปซักพักกับการชำระร่างกายให้เรียบร้อยแล้วก็ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเสร็จสิ้นเสียที ร่างบางเดินออกมาพลางสอดส่องสายตาหาอีกคน ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่ห้องนี้


‘หายไปไหนนะ... กลิ่นนี่มัน...’


“อ้าว อาบเสร็จพอดี... หิวยังครับ ไปกินข้าวกันนะ” จงฮยอนเอ่ยอ้อนอย่างต้องการเอาใจ เพราะดูจากหน้าตาแล้วคงยังเคืองๆ อยู่แน่ๆ


“...” แทมินไม่ตอบแต่ก็ไม่ได้ปัดมือแกร่งที่มากุมเขาให้เดินตามออกมา ใจจริงก็ไม่ได้คิดจะงอนอะไรมากมายเพราะเรื่องนี้มันก็เป็นเพียงความบังเอิญที่พี่ชายสุดรักไม่ได้พกร่มมาในวันฝนตกจนต้องตัวเปียก ไม่มีของขวัญให้เพื่อน กลับบ้านไม่ได้ ติดแหงกนั่งแกร่วอยู่ที่คอนโดก็เท่านั้นเอง


“วันนี้พี่ทำอาหารที่แทมินชอบเลยน้า กินเยอะๆ นะครับ... เป็นไง อร่อยไหม?” คนแก่กว่าก็ยังคงเพียรตามง้อ ตามเอาใจอย่างสุดความสามารถ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าคนตรงหน้าเวลาโกรธง่ายหายยากแค่ไหน แต่นั่นก็ถือเป็นเสน่ห์อันน่ารักไปอีกแบบของแทมินแหละ เพราะบางครั้งจากเด็กช่างพูดช่างอ้อนเปลี่ยนเป็นเด็กดื้อปากแข็งบ้างก็ดีเหมือนกัน


“งั้นๆ” คำตอบห้วนๆ มาตามที่คิด


“แทมินไม่ชอบหรอ... พี่ตั้งใจทำเต็มที่เลยนะ เสียใจจัง...”


“ก็อร่อยเหมือนเดิมแหละ ฮึ่ม!” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นมา


“ครับคุณแม่... น้องอยู่กับพี่จง อ่าๆ คร้าบผม... พี่จง คุณแม่จะคุยด้วย” จงฮยอนที่กำลังลังแสร้งตีหน้าเศร้ายกยิ้มมุมปากเมื่อได้คำตอบใหม่ แต่ก็ยังไม่วายจะแกล้งทำต่อจนกระทั่งอีกฝ่ายยื่นโทรศัพท์เครื่องเล็กมาให้ พร้อมสะบัดหน้าหนีเมื่อเขาจงใจหยิบทั้งของและมือเจ้าของของมัน ก่อนจะเริ่มคุยต่อ


“ครับแม่... ได้สิครับ... ครับ เดี๋ยวผมบอกน้องให้นะครับ... ครับ สวัสดีครับ..... ตัวเล็กครับ พ่อกับแม่ของเราจะกลับดึก ท่านไม่อยากให้เราอยู่บ้านคนเดียว เพราะงั้นวันนี้เราค้างกับพี่นะ” ดวงตาสีเข้มยิ้มหยีจนเป็นรูประฆังคว่ำ ความยินดีปรีดาที่แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิดทำให้ร่างเล็กอดหมั้นไส้ไม่ได้


“ไม่เอาอะ! น้องแทไม่อยากนอนด้วย เชอะ!” ความจริงก็หายงอนแล้วแหละ เพียงแต่อยากจะแกล้งคนตรงหน้าเสียหน่อย


“โถ่ คนดีอา~ พี่ขอโทษนะคร้าบบ... เดี๋ยวพี่ยอมให้หอมแก้มเลย เอ้า ฮ่าๆๆ โอ๊ย! แทมินอา~ ” คนคบกันมานานใช่จะไม่รู้นิสัยของกันและกัน ทั้งเรื่องปากหนัก กลัวเสียฟอร์ม หรือแม้กระทั่งแกล้งงอน มีหรือที่จงฮยอนจะไม่รู้ เขาก็แค่เพียงไม่อยากจะไปขัดใจคุณหนูสุดน่ารักก็เท่านั้นเอง ก็อย่างที่บอกไว้ว่านี่ก็เป็นหนึ่งในเสน่ห์ของลี แทมินนั่นแหละ


“เอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียวประจำ ฮึ่ม! วันนี้มันแย่ที่สุดแล้ว!”


“โอ๋เด็กน้อย ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ... วันนี้มันดีที่สุดต่างหากละครับ”


“ดีตรงไหนกัน น้องแทอดซื้อของ อดกลับบ้าน ตัวก็เปียกแถมเหมือนจะเป็นหวัด แล้วยังต้องม...จุ๊บ!” เสียงหวานๆ ที่บ่นออกมาถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากของคนตรงหน้าเข้ามาประกบเบาๆ อย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายเล่นทำอะไรไม่บอกกล่าวแบบนี้


“ดีสิครับ ดีมากๆ เลย... เพราะอะไรรู้ไหม?”


“...”


“ถ้าวันนี้พี่ไม่ลืมร่ม ถ้าวันนี้ฝนไม่ตก... เราก็คงไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้หรอกครับ แทมินก็รู้นี่ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมา พี่ยุ่งมากจนเราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันนานๆ เลย..... พี่คิดถึงเรามากๆ เลยนะ” ความรู้สึกที่สื่อผ่านทางสายตาและถ้อยคำที่เอ่ยออกไปถูกถ่ายทอดไปให้ยังอีกคน แม้ไม่ได้ตอบเพียงแค่เห็นแก้มนวลนั่นเริ่มกลายเป็นสีชมพูเขาก็พอใจแล้ว


เพราะแทมินคือทุกอย่างของเขา... แม้จะดื้อจะเอาแต่ใจไปบ้างแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความรักของพวกเขาทั้งสองลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเพิ่มขึ้นมากขึ้นทุกทีเสียมากกว่า การทะเลาะและงอนง้อเป็นเรื่องธรรมดาของคนรักกัน ถ้าร่างบางไม่โกรธไม่เคืองอะไรเลยนี่สิ เขาคงต้องเริ่มกังวลถึงสิ่งที่แปลกไปบ้างแล้ว...


“โอเค น้องแทยอมแพ้แล้ว...” ท่าทางขัดเขินนี่ช่างเหมาะกับเทวดาตัวน้อยของจงฮยอนจริงๆ ยิ่งคำพูดที่ยืนยันว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงการแกล้งงอนของคนตรงหน้าด้วย ยิ่งทำให้เขาทวีความสุขขึ้นเป็นกอง


“งั้นตอนนี้เราดีกันแล้วนะคนดี” ร่างหนาพูดไปยิ้มไป


“อื้ม”


“พี่รักแทมินนะครับ รักมากกว่าจำนวนเม็ดฝนที่ตกข้างนอกอีก หึหึ” คำเปรียบที่คล้ายจะแซวเรื่องต้นเหตุของวันนี้ทำให้ปากเรียวที่คอยแต่บึ้งตึงยกยิ้มขึ้นอย่างนึกขัน


“รักเหมือนกันครับ พี่จงของน้องแท...” เสียงพูดคุยสลับเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานในห้องสี่เหลี่ยมดังกลบความร้ายกาจจากสายลมและหยดเม็ดฝนภายนอกไปเสียหมด ด้วยความรักอันแสนหอมหวานของบุคคลทั้งสองที่เข้าใจกัน...




‘บางทีลืมพกร่มไปบ้าง ก็ดีเหมือนกันแฮะเรา...’



TALK
           หลังจากห่างหายกันไปนาน คราวนี้ก็ขอกลับมากับเรื่องราวความรัก 2 เรื่องในวันฝนตกให้ได้ชื่นช่ำหัวใจเล่นกันนะคะ ถึงจะหลงฤดูไปนิด แต่บรรยากาศวันวานมันก็ยังอบอวลอยู่ละเนาะ ฮ่าๆ ^^;
           ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านแล้วก็มาเม้นต์เลยนะคะ ^3^
           *Rainy Day - MinKey* - Click Here