[SF-B2ST/BEAST] *Wake me up with your love*
posted on 22 Apr 2011 13:17 by storehouse26 in SF-B2STTitle : *Wake me up with your love*
Author : Storehouse No.26
Couple : DooJun x YoSeob
Genre : Yaoi
Rating : PG-13
จะมีใครรู้ไหม... ว่าเสียงหัวเราะที่เปล่งออกมาจะเต็มไปด้วยความทรมาน
จะมีใครรู้ไหม... ว่าเบื้องหลังของความเข้มแข็งทั้งหมดจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
กลัว... ที่จะต้องหลับ... ตลอดไป...
ดวงตาที่เหม่อมองเพดานของอาคารสีขาวเบื้องบนตลอดเส้นทางที่เตียงนอนผู้ป่วยเข็นผ่านจนกระทั่งการเคลื่อนไหวหยุดตัวลงหน้าห้องผ่าตัด ความกลัวที่เกาะกุมภายในหัวใจมากทวีขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้จะมีแรงบีบตรงมือคอยส่งกำลังใจให้จากคนที่มาเฝ้าไข้เขาก็ตาม
“ไม่เป็นไรนะคะ คุณหมอจะช่วยหนูเองนะ” เสียงนางพยาบาลปลอบขวัญเมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของเขาก่อนจะเข็นเตียงผ่านบานประตูเข้าไปในห้อง เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เขาได้สนทนาตอบคำถามทั่วๆ ไปของแพทย์สาวก่อนที่เขาจะเริ่มรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่เปลือกตาและรู้สึกมากขึ้น... มากขึ้น... มากขึ้น จนหลับไป...
ไม่นะ... ไม่อยากหลับอีกแล้ว... กลัว... โยกลัว... ดูจุนปลุกโยที...
.
.
.
“ไม่!!!~” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังลั่นห้องพักจนคนไข้ที่นั่งเล่นกับตุ๊กตาหุ่นมือตัวใหม่ที่เพื่อนของเขาเอามาให้เป็นเพื่อนแก้เหงาถึงกับสะดุ้ง
“เป็นอะไรรึเปล่าดูจุน?” เด็กน้อยผิวแทนหันมาหาพลางฉีกยิ้มแหยให้ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“แหะๆ แค่ฝันร้ายหนะ โทษทีๆ กี่โมงแล้วเนี่ย” ตาคมเฉไปมองนาฬิกาแขวนก่อนจะร้องเสียงหลงอีกครั้ง
“เฮ้ย! นี่เผลอหลับไปนานเลยหรอเนี่ย ซวยแน่ แม่ด่าเละ! โย ดูจุนกลับก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วจะมาเล่นด้วย บายๆ” พร้อมกับวิ่งไปหยิบกระเป๋านักเรียนแล้วโบกมือลาจากไปโดยไม่ลืมที่จะกล่าวทักทายนางพยาบาลที่กำลังเดินเข้ามา
“วันนี้ดูจุนมาเล่นด้วยอีกแล้วหรอจ๊ะโยซอบ” ถาดยาถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะผู้ป่วยเพื่อสะดวกต่อการรับประทาน
“ครับ นี่พี่สาวดูสิๆ วันนี้ดูจุนเอาตุ๊กตามือที่ทำที่โรงเรียนมาให้โยด้วย โยตั้งชื่อมันว่า ดูจุนน้อยแหละ” แล้วก็ยกเจ้าของขวัญชิ้นใหม่ให้ดูอย่างภาคภูมิใจ
“โห~ น่ารักจังเลย อะนี่จ้ะ! กินยานะจะได้เล่นกับดูจุนแล้วก็ดูจุนน้อยได้อีก” โยซอบพยักหน้ารับก่อนจะรับถ้วยยาซึ่งเต็มไปด้วยเม็ดกลมๆ หลากสีมากขนาดไป ก่อนจะเริ่มหยิบกินที่ละเม็ดๆ จนหมด
หญิงสาวมองภาพเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดปีด้วยความเอ็นดูระคนสงสาร ชีวิตที่ต้องอยู่เพียงในห้องสี่เหลี่ยม ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นอย่างเด็กรุ่นเดียวกัน ด้วยเหตุเพราะความที่ร่างกายอ่อนแอจนเกิดโรคแทรกซ้อนอยู่หลายโรค แต่ก็นับเป็นโชคดีที่เด็กน้อยยังมีเพื่อนที่แสนดีอย่างยุน ดูจุนอยู่
“พี่สาวครับ... พรุ่งนี้พี่สาวอย่าลืมมาปลุกโยนะ ...โยอยากตื่นขึ้นมา” ความสดใสและน้ำเสียงจางลงอย่างเบาบาง ดวงตาสุกใสที่เคยทอประกายกลับหม่นหมอง เธอเข้าใจความหมายของถ้อยคำดีเพราะทุกครั้งที่ได้รับยาโยซอบจะพูดแบบนี้เสมอและเธอเองก็มีหน้าที่รับคำพร้อมกับส่งเด็กน้อยเข้าสู่ห้วงนิทราไป
“อย่าลืมนะครับ...”
.
.
.
“ทำไมมันเอายากเอาเย็นแบบนี้เนี่ย! ให้ตายเหอะ!” ปากก็บ่นไป ส่วนมือก็พยายามเอื้อมไปเด็ดดอกไม้สีสวยที่เบ่งบานอยู่ปลายยอดกิ่งมาให้ได้
“จะได้แล้ว! จะได้แล้ว! ได้แล้ว! เหวอออออ!!!”
“โครม!!!”
“ไอ้ดูจุน! เป็นไงบ้างเนี่ย!!!” เด็กร่างโปร่งอีกคนวิ่งเข้ามาดูอาการเพื่อนรัก แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจตัวเองสักนิดกลับประคบประหงมดูแลช่อดอกไม้ที่ตนเพิ่งจะเก็บได้อย่างดีเสียมากกว่า
“โห ไอ้บ้านี่! ตกจากต้นไม้สูงขนาดนั้น แทนที่จะตรวจตัวเอง กลับมาดูแลดอกไม้ซะงั้น! ถามจริงเหอะ เก็บไปทำไมเนี่ย?” จุนฮยองถามด้วยความสงสัย เพราะต้นไม้ต้นนี้ก็อยู่เต็มโรงเรียนไปหมดแถมดอกก็ออกให้ดูจนเบื่อตา ไม่เห็นคุ้มค่ากับการต้องปีนป่ายไปเก็บมาเลย
“เอาไปฝากโยซอบ ที่โรงพยาบาลไม่มีดอกไม้แบบนี้” ดูจุนอธิบายพลางปัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใจหนึ่งก็นึกกลัวโดนตีที่ทำเสื้อเปื้อน แต่อีกใจก็รู้สึกดีที่จะได้เอาของสวยๆ งามๆ ไปฝากเพื่อนที่บังเอิญต้องชะตา
“โยซอบ... อ๋อ! เด็กคนที่แกเจอที่โรงพยาบาลตอนไปกับแม่หนะหรอ แล้วเขาเป็นไงบ้าง ทำไมคุณหมอไม่ให้เขากลับบ้านซะทีหละ?” เพราะความเดียงสาจึงเอ่ยถามออกไป ดูจุนส่ายหน้าด้วยความที่ตนก็ไม่รู้ เขาเองก็นึกสงสัยว่าทำไมโยซอบถึงไม่ยอมออกจากที่นั่นเสียที เคยลองถามหลายครั้ง แต่ทุกครั้งโยซอบก็ทำเพียงยิ้มและไม่พูดอะไร
“ไม่รู้สิ แต่ช่างเหอะ! เราต้องไปหาโยแล้ว เดี๋ยวโยรอนาน บายเพื่อน” ร่างหนาโบกมือลาเพื่อนของเขาและมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลเพื่อพบกับคนที่เขาเฝ้ารอ
“ก๊อกๆ” เสียงเคาะกระจกหน้าต่างทำให้คนที่นั่งเหม่อลอยหันความสนใจไปมอง ใบหน้าขาวไร้เลือดถูกแต่งเต้มไปด้วยรอยยิ้มหวานเมื่อได้พบกับคนที่ตนอยากเจอ
บานกระจกข้างเตียงถูกเลื่อนเปิดออกด้วยมือบางจนใบหน้ารับรู้ถึงสายลมอ่อนๆ ที่พัดเข้ามา กลิ่นของธรรมชาติยามเย็นที่เขาแทบจะลืมเลื่อนหวนกลับมาอีกครั้ง อากาศภายนอกที่ได้สัมผัสโดยตรงไร้ซึ่งกระจกกั้นทำให้โยซอบรู้สึกตื่นเต้นกว่าเดิม
“แต่นแต้น!!!” สัตว์ขนปุยตัวนิ่มถูกชูต่อหน้าเขาจนเด็กตัวเล็กเผลอสะดุ้งล้มไปบนเตียง ก่อนจะชะโงกหน้าออกมาดูอีกรอบพลางยิ้มร่า
“น่ารักจังเลยดูจุน!” น้ำเสียงกระตือรือร้นกว่าเดิม ดวงตากลมโตฉายแววเป็นประกาย
“อื้ม! ดูจุนก็อยากเอาเข้าไปเล่นกับโยให้ห้องนะ แต่เดี๋ยวพี่สาวพยาบาลจะดุเอา แต่เล่นริมหน้าต่างคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง แหะๆ” ยิ้มแหยๆ ให้กับความคิดเด็กๆ ของตัวเองถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงทำ
“อุ้มสิๆ โยอยากลองอุ้มนี่?” ดูจุนพูด เขาจำได้ว่าเมื่อครั้งก่อนตอนคุยกัน โยซอบเคยพูดว่าอยากลองอุ้มแมวดูสักครั้งซึ่งนั้นก็ทำให้เขาสงสัยว่าทำไมถึงอยากทำไมโยซอบถึงชอบอยากทำแต่เรื่องธรรมดาๆ เช่น ออกไปเล่นที่สวนสาธารณะ กินขนมกรุบกรอบ วิ่งเล่นกับเพื่อน รวมถึงอุ้มแมว
เด็กน้อยมีท่าทางลังเลใจเล็กน้อยเพราะไม่มั่นใจว่าตัวเขาสามารถทำได้ เพราะหากร่างกายเขาเกิดแพ้ขนแมว หรืออะไรขึ้นมาร่างกายอาจต้องทนรับความทรมานอีกเป็นแน่ แต่แล้วก็ตัดสินใจที่จะอุ้มมัน เพราะอย่างน้อยนี่ก็ถือเป็นการตอบแทนความหวังดีและน้ำใจของดูจุน เพื่อนคนเดียวของเขา
“ขอบคุณนะดูจุน” รอยยิ้มสดใสถูกมอบให้กับคนใจดี ดูจุนยิ้มตอบพร้อมกับรับแมวตัวนั้นกลับมาเหมือนเดิมก่อนจะปล่อยมันไป
“ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นี้เอง อ้อ! วันนี้ดูจุนเอาดอกไม้มาฝาก นี่ไง~ สวยไหมๆ” ดอกไม้สีสดที่ยังคงบานอยู่บนยอดกิ่งที่เขาหักมาจากต้นถูกยื่นไปให้คนตรงหน้า มือเล็กเอื้อมมารับไว้พลางสูดดมความหอมหวนก่อนจะชะงักไปชั่วขณะ แล้วก็ฉีกยิ้มกว้างให้กับผู้ให้ตัวโตด้านนอก
“ขอบใจนะดูจุน มันสวยมากๆ เลย” โยซอบหยียิ้มโดยหารู้ไม่ว่าตอนนี้ดวงตาเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำสีใสที่เริ่มไหลลงข้างแก้มนวลทั้งสองข้างจนคนด้านนอกถึงกับตกใจ
“โย! ร้องไห้ทำไม! เป็นอะไร! โอ๋ๆ ไม่ร้องนะไม่ร้อง โอ๋~” ดูจุนว่าพลางดึงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาซับให้ ในขณะที่โยซอบเองก็ยกเอาแขนเสื้อคนไข้มาช่วยเช็ดเช่นกัน
“ปะ เปล่าดูจุน คะ แค่โยดีใจ... ดีใจที่ดูจุนทำหลายๆ อย่างให้โย ขะ ขอบคุณนะ” น้ำเสียงที่เอ่ยมากล่าวอย่างยากเย็นแต่ถึงกระนั้นก็พยายามควบคุมให้ดูปกติที่สุด เขาสูดลมหายใจเขาลึกๆ พลางฉีกยิ้มหวานอีกครั้ง
“นึกว่าอะไร ไม่เป็นไรหรอกโย! ดูจุนเต็มใจ! โอ๊ะ แย่แล้ว วันนี้ต้องไปซื้อของให้แม่ ดูจุนคงอยู่คุยไม่ได้นะ คงต้องไปแล้ว” มือหนาเอื้อมไปกุมฝ่ามือเล็กอีกข้างที่ว่างไว้เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล แล้วจึงขอตัวลาออกไป
หลังจากที่กล่าวลา ร่างบางก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นบูดเบี้ยวแฝงไปด้วยความทรมานที่อดกลั้นเอาไว้ มือบางควานหาที่กดเรียกฉุกเฉินเพียงไม่นานนางพยาบาลก็ตรงหรี่เข้ามา
“ทำไมถึงเปิดหน้าต่างหละโย! ดอกไม้!” บานกระจกถูกปิดลงอีกครั้งพร้อมกับเสียงล็อก ก่อนที่หญิงสาวจะเดินมายังอีกฝากของเตียงเพื่อเก็บสิ่งที่เขากำแน่นอยู่ออกห่างจากตัว
“ไม่ได้นะ...พี่สาว ฮึก อะ อันนี้... ดูจุนให้...” แต่ละคำที่เค้นออกจากปากนั้นยากเย็นยิ่งนัก
“ไม่เป็นไรโย กินยาก่อนนะ กินยานะเด็กดี” โยซอบพยักหน้ารับทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวดที่มาจากภายในร่างกาย ยาเม็ดแล้วเม็ดเหล่าถูกกลืนลงคอพร้อมกับความหนักอึ้งที่เปลือกตา รวมถึงสัมผัสเบาๆ ที่ฝ่ามือซึ่งกำดอกไม้แน่น
“ของดูจุน... พี่สาว... ไม่เอา...” ยากจะเหนี่ยวรั้งเมื่อตอนนี้ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ดวงตาที่ใกล้จะปิดลงพยายามเบิกขึ้นเพื่อสบตาอ้อนวอนไม่ให้ของที่เพื่อนของเขามอบให้ถูกนำไปทิ้ง หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าตัวปัญหาของอาการกำเริบครั้งนี้กลายเป็นของสำคัญของผู้ป่วยตัวน้อยซึ่งนั้นก็หมายความว่า มันมีคุณค่าต่อจิตใจของเด็กคนนี้เช่นกัน
“ไม่เป็นไรนะโย... หลับซะนะ พี่สาวจะดูแลมันให้เอง... หลับซะเด็กดี...”
“...โย... โย... โยซอบ” น้ำเสียงที่เขาคุ้นเคยดังก้องไปมาอยู่ข้างใบหู โยซอบกระพริบตาปรับแสงหลังจากหลับลงด้วยฤทธิ์ยาที่เพิ่งทานไปเมื่อกลางวัน เป็นอีกครั้งที่เขาเผลอหลับจนเวลาล่วงเลยมานานหากไม่มีเสียงเรียกของคนข้างๆ ตอนนี้เขาคงยังไม่ตื่นเป็นแน่
“ดูจุน....”
“โย... ดูจุนขอโทษนะ” ใบหน้าคมเฉไปมองยังดอกไม้ที่ถูกใส่ถุงปิดมิดชิดอย่างดีที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงซึ่งเป็นดอกเดียวกับที่เขาเก็บมาให้เมื่อวานพลางก้มหน้านิ่ง
“พี่สาวพยาบาลบอกหมดแล้ว ว่าดอกไม้ทำให้โยไม่สบายกว่าเดิม แล้วก็เรื่อง... ที่โยต้องผ่าตัดวันนี้” ถึงเขาจะเด็กแต่ก็รู้ว่าการผ่าตัดนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับเด็กตัวเล็กๆ อย่างโยซอบที่ตอนนี้ทำหน้าตาเศร้าหมองอย่างที่ไม่เคยเป็นมา
“ไม่เป็นไรหรอกดูจุน ยังไงก็ขอบคุณมากๆ นะ ส่วนเรื่องผ่าตัด... โยไม่อยากผ่าตัดเลย” รอยยิ้มที่เคยเฉิดฉายอยู่บนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นโค้งคว่ำลง ดวงตาสุกใสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อนอง
“ยะ โย... ไม่เป็นไรนะๆ โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้นะ โอ๋~ คุณหมอจะต้องช่วยโยได้แน่ๆ” ความเข้มแข็งทั้งปวงที่สร้างขึ้นเพื่อปิดซ่อนความอ่อนแอไว้เผยออกมาอย่างห้ามไม่ได้
“แต่โยได้ยินคุณหมอพูดกับแม่ ฮึก ว่าโยอาจไม่ตื่น ฮึก โยอาจไม่ตื่นอีกแล้ว ฮืออออออ” น้ำตาเม็ดแล้วเม็ดเหล่าร่วงหล่นลงมาจนหน้าใจหาย ดูจุนรับฟังข้อความของคนตรงหน้าที่ตนกอดปลอบอย่างสงสารพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“โยกลัว ฮือ โยกลัวดูจุน... โยกลัว ฮือ...” คนในอ้อมแขนร้องโฮยิ่งกว่าเดิม ความกลัวที่สะสมไว้มันมากกว่าที่เด็กตัวเล็กๆ จะรับไว้อีกต่อไป
“โยต้องไม่เป็นไรเชื่อดูจุนสิ! ถึงดูจุนจะไม่ใช่คุณหมอ แต่ดูจุนรู้ ว่าโยจะต้องไม่เป็นไร!” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนร่างบางแหงนหน้าขึ้นมอง
“ดูจุน... ฮึก แต่โยกลัว”
“ไม่เป็นไรโย ดูจุนจะอยู่เคียงข้างโยเอง... แล้วถ้าโยกลัวจะไม่ตื่น ดูจุนก็จะเป็นคนปลุกโยเองนะ!” พร้อมกับรอยยิ้มสุดท้ายที่เขาได้มอบให้ผู้ป่วยก่อนที่นางพยาบาลร่วมถึงแม่ของโยจะพาร่างนั้นเข้าห้องผ่าตัดไป...
“โย... โอ๊ย!” คนละเมอถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อกลิ้งตกไปอยู่กับพื้นพรมด้านล่าง ดูจุนลุกขึ้นมาบีบนวดหลังตัวเองที่กลายเป็นเบาะรองรับน้ำหนักตัวไปจังๆ
‘ฝันถึงเรื่องตอนนั้นอีกแล้วหรอเนี่ย... เฮ้อ ผ่านมาตั้งสิบหกปีแล้วสินะ...’ เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางเหลือบมองนาฬิกาแขวนแต่แล้วก็ต้องหันมาสนใจสัตว์สี่เท้าขนปุยที่นั่งมองเขาตาแป๋วเสียก่อน
“อ้าว เจ้าเหมียวอ้วนซอบบี้~ ตื่นไวจริงนะแก ตื่นเช้าแบบนี้ทำไมไม่ปลุกเจ้าของแกฮะ?” แมวอ้วนตัวเขื่องนอนกลิ้งเกลือกไปมาบนพรมห้องอย่างไม่รู้สึกรู้สา ดวงตาใสเหลือบมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะเดินนวยนาดไปยังเตียงนอน ดูจุนขบขำกับท่าทีของมัน พลางนึกไปถึงใบหน้าหวานมนที่เคยซีดเซียว
‘ถ้าตอนนั้นแมวที่เอาไปให้เป็นเจ้านี่ มีหวังนายอุ้มไม่ไหวแน่ๆ โย’ ก่อนจะลุกไปยังห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวสำหรับออกไปทำงานเสียที
เสียงครางในลำคอทำให้เขาละความสนใจจากเนกไทด์ในมือหันกลับไปมองยังเตียงซึ่งมีเจ้าตัวอ้วนเดินวนไปวนมา พลางกลิ้งเล่นอย่างสนุกสนาน
“เจ้าเหมียวลงมาข้างล่างก่อน โห ตัวหนักเป็นบ้า! ต่อไปฉันจะให้แกลดน้ำหนักคอยดูสิ!” แมวน้อยร่างยักษ์เหลือบมองพลางเดินหันก้นหนีไปอีกทางอย่างไม่สนใจจนดูจุนได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา
“อย่าไปแกล้งลูกสิดูจุน” น้ำเสียงงัวเงียจากด้านหลังทำให้เขาหันกลับไปมอง เส้นผมที่ชี้ฟูยุ่งเหยิงหลังการนอนกับดวงตาที่ยังไม่ตื่นดีทำให้เขาอดที่จะยิ้มไม่ได้
“นี่ตื่นรึยังเนี่ย หืม?” ปลายจมูกซุกลงสูดดมความหอมหวานที่ซอกคอไล้ขึ้นไปเรื่อยจนริมฝีปากหยุดอยู่ที่ปลายคางมน
“ยัง...” คำตอบน่ารักกับการแสร้งทำเป็นหลับอีกครั้งของคนตัวเล็กทำให้เขาฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม
“หรอครับ ถ้างั้น... จุ๊บ! ตื่นได้แล้วครับ โยน้อยของดูจุน” ริมฝีปากเคลื่อนประกบเรียวปากบางอย่างรวดเร็วเพียงชั่วขณะเดียวแต่แฝงด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะเอ่ยเป็นคำพูดใดๆ ดวงตากลมโตค่อยๆ ลืมขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่แสนคุ้นเคย
“อื้ม! ตื่นแล้วครับ ดูจุนของโย!”
TALK : กลับมาอีกครั้งกับดูซอบ เรื่องนี้ยิ่งแต่งก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยวันคืนเก่าๆ ในโรงพยาบาล โอ้ววว =[]=; การผ่าตัดมันน่ากลัวจริงๆ นะคะ TT^TT เอ๊ะ! ชักจะออกทะเลไปไกล 555 ยังไงก็ขอฝากผลงานเรื่องนี้ และเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ ขอบคุณจ้า~ >[+++]<
#1 By ' โจ๊กเห็ด (?) on 2011-05-03 01:09